วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

How to : Restore Grub bootloader in Ubuntu 9.10

เมื่อเราได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ไม่ใช่ Linux บนเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำให้ GRUB bootloader ที่ถูกติดตั้งไว้หายไป ต่อไปเราจะมาเรียก GRUB นั้นคืนมาก

วิธีการ Restore GRUB bootloader

  1. Boot Ubuntu จาก CD/USB flash driver ที่เราใช้ในการติดตั้ง Ubuntu
  1. เปิด terminal ขึ้นมา (อาจใช้วิธีนี้ Alt+F2 type "gnome-terminal" แล้ว Enter)
  1. พิมพ์

    sudo fdisk -l
  1. จากนั้นดูว่า Ubuntu ถูกติดตั้งไว้ที่ไหน /dev/sdxyโดยที่x หมายถึง drive ของคุณ และ y หมายถึง linux partition

    ตัวอย่างนะครับ Linux ของผมติดตั้งไว้ที่ /dev/sda6
  1. เมื่อรู้แล้วว่า linux ถูกติดตั้งไว้ที่ไหน ก็มาเริ่มกันเลย
  1. พิมพ์

    sudo mount /dev/sda6 /mnt
    ใน terminal
  1. ขั้นตอนนี้เป็นการติดตั้ง GRUB อีกครั้ง โดยคำสั่ง

    sudo grub-install --root-directory=/mnt /dev/sdx
    โดย x หมายถึง drive ของคุณ ในกรณีของผมเป็น /dev/sda

  1. ทำการ unmount /mnt

    sudo umount /mnt
ขอขอบคุณ : gadgetmix.com

PHP Eclipse 3.5 Galileo on Ubuntu Jaunty 9.04

eclipse สามารถใช้ในการ deverlop php ได้
สิ่งที่ต้องมีในการ ติดตั้ง eclipse คือ Sun Java JDK








1. Sun Java JDK
สามารถติดตั้งโดยใช่คำสั่ง

sudo apt-get install sun-java6-jdk

2. ตัวโปรแกรม eclipse สามารถดาวโหลดได้ที่นี่ หรือจาก
http://www.eclipse.org/downloads

เมื่อดาวโหลดโปรแกรมมาเก็บไว้ในเครื่องแล้ว ในที่นี้ขอบันทึกไว้ที่ Desktop
3. ทำการแตกไฟล์ โ้ดยเปิด Terminal แล้วพิมพ์คำสั่งดังนี้

cd ~/Desktop
tar xzf eclipse-php-galileo-linux-gtk.tar.gz (ไฟล์จะถูกแตกไปอยู่ที่เดี่ยวกับไฟล์เริ่มต้น ที่ดาวโหลดมา ในที่นี่คือ Desktop)
sudo mv eclipse /opt/eclipse
cd /opt
sudo chown -R root:root eclipse
sudo chmod -R +r eclipse
cd /opt/eclipse
sudo chmod +x eclipse

4. สร้าง shell สำหรับรันโปแกรม eclipse
โดยเปิด Terminal แล้วรันคำสั่งดังนี้

sudo touch /usr/local/bin/eclipse
sudo chmod 755 /usr/local/bin/eclipse
sudo gedit /usr/local/bin/eclipse

เมื่อใช้คำสั่งสุดด้วยจะเปิดไฟล์ขึ้นมา เมื่อไฟล์ขึ้นมาแล้วให้เพิ่มข้อความด้านล่างลงไปแล้วบันทึก

#!/bin/sh
export ECLIPSE_HOME=/opt/eclipse
$ECLIPSE_HOME/eclipse $*

5. สร้างเมนู เพื่อรันโปรแกรม
โดยเปิด Terminal แล้วรันคำสั่งดังนี้

sudo gedit /usr/share/applications/eclipse.desktop

เมื่อเปิดไฟล์ให้เพิ่มข้อความด้านล่างลงไปแล้วบันทึก

[Desktop Entry]
Encoding=UTF-8
Name=Eclipse
Comment=Eclipse Galileo IDE
Exec=eclipse
Icon=/opt/eclipse/icon.xpm
Terminal=false
Type=Application
Categories=GNOME;Application;Development
StartupNotify=True

6. ทดสอบรัน eclipse
โดยเปิด Terminal แล้วรันคำสั่งดังนี้

/opt/eclipse/eclipse –clean

หรือไปที่

Application>programer>eclipse


Credit : http://techmix.net/blog/2009/07/31/eclipse-35-galileo-on-ubuntu-jaunty-904/

Theme Ubuntu สวยๆ








วิธีการติดตั้ง English =>
คลิกที่นี่

ขั้นตอนในการติดตั้ง
1. เปิด Terminal ขึ้นมาโดย Application>Accessories>Terminal
2. พิมพ์คำสั่ง sudo gedit /etc/apt/sources.list

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ ( หากยังไม่เคยใช้คำสั่ง sudo )
3. จากนั้นให้เพิ่ม ข้อความสองบันทัดนี้ไว้ท้ายสุด
deb http://ppa.launchpad.net/bisigi/ppa/ubuntu jaunty main
deb-src http://ppa.launchpad.net/bisigi/ppa/ubuntu jaunty main
หลังจากนั้นกด save
4. ใช้คำสั่ง
sudo apt-get update
5. เลือก Theme ลงตามที่ชอบโดยใช่คำสั่ง
sudo apt-get install ตามตัวชื่อของtheme
ตัวอย่าง
sudo apt-get install showtime-theme
หากต้องการลบ ให้ใช้คำสั่ง
sudo apt-get remove (theme-name )

Theme ที่มีให้เลือก
sudo apt-get install showtime-theme
sudo apt-get install balanzan-theme
sudo apt-get install infinity-theme
sudo apt-get install wild-shine-theme
sudo apt-get install exotic-theme
sudo apt-get install tropical-theme
sudo apt-get install bamboo-zen-theme
sudo apt-get install ubuntu-sunrise-theme
sudo apt-get install aquadreams-theme

Credit : unixmen.com

การกำหนด ip static ใน Linux

ข้อมูลต่างๆที่ต้องรู้ก่อนทำการ config นะครับ
=> Host IP address 192.168.1.100 ไอพีเครื่องที่เราจะตั้ง
=> Netmask: 255.255.255.0
=> Network ID: 192.168.1.0
=> Broadcast IP: 192.168.1.255
=> Gateway/Router IP: 192.168.1.254 ไอพีเครื่องที่ต้องการออกอินเตอร์เนต
=> DNS Server: 192.168.1.254

ขั้นตอนแรกเราต้องเข้าไปแก้ไขไฟล์ interfaces

$ sudo nano /etc/network/interfaces
เมื่อเปิดไฟล์ขึ้นมา หากเจอข้อความนี้
iface eth0 inet dhcp

ให้ทำการแก้ไขให้เป็น
iface eth0 inet static
address 192.168.1.100
netmask 255.255.255.0
network 192.168.1.0
broadcast 192.168.1.255
gateway 192.168.1.254

บันทึกไฟล์แล้วทำการ รีสตาร์ ( ไม่ใช่รีสตาร์คอมนะครับ )

$ sudo /etc/init.d/networking restart
ต่อมาทำการ config DNS SERVER
เปิดไฟล์นี่เพื่อทำการแก้ไข


$ sudo vi /etc/resolv.conf
เพิ่มข้อมูลของ DNS ลงไป
search myisp.com
nameserver 192.168.1.254
nameserver 202.54.1.20
nameserver 202.54.1.30

บันทึกไฟล์
ดูรายละเอียดของ network

$ ifconfig -a
ดูแต่ละอัน

$ ifconfig eth0
Credit : cyberciti.biz

How to disable kernel updates in Ubuntu via command line

This article gives the steps how to upgrade all the apt-get packages without updating the kernel on Ubuntu via command line. Disable Ker...